สสว. จับมือ ส.อ.ท. และกลุ่มผู้ให้บริการ FINTECH นวัตกรรม เสริมเขี้ยวเล็บทางธุรกิจให้กับ SMEs พร้อมเชื่อมช่องทางการตลาดในประเทศและต่างประเทศ

สสว. จับมือ ส.อ.ท. และกลุ่ม FINTECH สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ รวมถึงกลุ่มตลาดทั้ง ROBINSON,  BIG C, FN OUTLET, CP ALL, บุญรอดเทรดดิ้ง, CJ Express, TOPs, SME TOKYO Support Center, เศรษฐอินเตอร์เทรด และ THAITRADE.COM ร่วมจัดงาน “Business Networking” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ปี 2562 มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มทั่วไปและกลุ่ม       ที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วเกิน 3 ปี ให้เข้าถึงผู้ให้บริการด้าน FINTECH และนวัตกรรมให้มากขึ้น พร้อมเชื่อมช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้าหรือการลงทุน ที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย (Networking) อย่างน้อย 20 ล้านบาท

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Business Networking” ว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจ SMEs ของไทยก็ยังมีปัญหาหลายประการ เช่น ด้านการตลาด ขาดแหล่งเงินทุน ขีดจำกัดด้านการบริหารและการจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่ช่วยแก้ปัญหา Pain Point เหล่านี้ให้กับ SMEs หลากหลายตามศักยภาพกลุ่ม SMEs

สำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) เป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป กลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ กลุ่มบริการท่องเที่ยว    เชิงสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ GDP ของประเทศ

ผอ.สสว. กล่าวอีกว่า กิจกรรม “Business Networking” ในวันนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ SMEs จะได้เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ การเพิ่มช่องทางการตลาดโดยเฉพาะตลาดในประเทศที่ยังเป็นตลาดสำคัญของ SMEs ซึ่งสินค้าจำต้องได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์ของตนเองและแตกต่าง เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและที่สำคัญคือเทคโนโลยีทางการเงินที่ปัจจุบันสามารถตอบโจทย์สำหรับธุรกิจได้อย่างลงตัว ความคล่องตัวและการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการทางการเงิน แหล่งเงินทุนรูปแบบใหม่ๆ ที่จะช่วยเสริมศักยภาพ SMEs ให้เข้มแข็งขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างโอกาสทางการค้าหรือการลงทุน ที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย (Networking) อย่างน้อย 20 ล้านบาท

“สสว. คาดหวังว่าผู้ประกอบการ SMEs จะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย(Networking) เพื่อเชื่อมคู่ค้าธุรกิจในด้าน FINTECH ด้านนวัตกรรมและด้านการตลาด เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ สร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป” นายสุวรรณชัย กล่าว

ด้านนายปรีชา ส่งวัฒนา ประธานคณะกรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่ากิจกรรม “Business Networking”   ที่จัดขึ้นในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ปี 2562 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับสภาอุตสาหกรรมแห่ง-ประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อเป็นการต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มทั่วไป ให้มีศักยภาพมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการตลาดและการเงิน ซึ่งมี SMEs เข้าร่วมสร้างเครือข่ายธุรกิจกว่า 130 ราย กิจกรรม Business Networking ในวันนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ เน้นการเชื่อมโยง SMEs ใน 3 ด้าน คือ การเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศให้กับ SMEs กลุ่ม Start up ด้าน FINTECH ที่มีเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ ให้ SMEs ได้เลือกใช้บริการ และเชื่อมโยงผู้ให้บริการด้านนวัตกรรม ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับ    การทำธุรกิจในปัจจุบัน

“นอกจากการส่งเสริมผู้ประกอบการภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) แล้ว สถาบัน SMI ยังมีกิจกรรมอื่นที่จะส่งเสริม SMEs อีกหลายหลายกิจกรรมไม่ว่าการส่งเสริม SMEs เข้าสู่องค์กรนวัตกรรม การให้ความรู้สำหรับการค้าต่างประเทศ การส่งเสริมการตลาดในรูป OMNI Channel เป็นต้น ซึ่งในฐานะของภาคเอกชนเราต้องการการส่งเสริม SMEs อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ” นายปรีชากล่าว

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *