ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เปิดโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เดินหน้าสหกิจชุมชน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้

คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน /พลตรีชีวธันย์ ปิยะศาสตร์ธนา ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา /พันเอกโสภณ ศรีมงคล นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพไทย / พันตรีภานุวัฒน์ มะคะสุด ผู้บังคับหน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยพัฒนาการเคลื่อน 42 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา / พันเอกกิรชิต คุณาวงษ์ เสนาธิการ สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และประชาชนในพื้นที่เปิดโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านจอหอ หมู่ที่ 3 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

5.1 การศึกษาปกติทั่วไป มีตั้งแต่ปฐมวัย จนถึงปริญญา

คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน กล่าวว่า โครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน จะประสบความสำเร็จได้แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ทุกคนต้องอยู่อย่างยั่งยืนได้ โดยมีการสำรวจ 5 มิติ

1. อาคารบ้านเรือน ลักษณะของพื้นที่ พื้นที่เป็นแบบไหน พื้นที่มีภูเขา มีลำน้ำ มีห้วย มีคลอง สำรวจทุกตารางเมตร ใช้ทั้งแผนที่ดาวเทียม ใช้โดรน ใช้คนเดิน และมาประมวลผลกัน จะรู้ว่าพื้นที่ไหน ชุมชนไหนคนอยู่มากคนอยู่น้อย พื้นที่ขยะของเสียอยู่ตรงไหน แม้แต่ต้นไม้กี่ต้นเราก็รู้

2. ประชากรและสิ่งมีชีวิต ประชากรทุกคนเราต้องรู้ว่ามี ผู้ชายกี่คน ผู้หญิงกี่คน เด็กกี่คนผู้ป่วยกี่คน ผู้สูงวัยกี่คน และคนที่มีปัญหากี่คน สิ่งมีชีวิตจะได้รู้ว่าจำนวนทั้งหมดมีเท่าไหร่ ในปริมาณที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นๆ เพื่อจะได้ส่งเสริม

3. อาชีพ พฤติกรรม วัฒนธรรม คนส่วนใหญ่มีอาชีพอะไร ทำนา เกษตรกร ข้าราชการ หรืออาชีพอื่นๆ และเขามีพฤติกรรมยังไง บางคนเขาอาจจะมีพฤติกรรม ขยันขันแข็ง เขาอาจจะมีพฤติกรรมที่ดี บางที่อาจจะมีพฤติกรรมที่ไม่ดีเท่าไหร่ เราก็ต้องดูว่าพฤติกรรมเขาเป็นยังไง ว่าคนในหมู่บ้านนั้นเป็นคนนิสัยยังไง และก็วัฒนธรรมของเขาเป็นแบบไหน เขาอาจจะมีวัฒนธรรมที่ดีงาม

4. จำนวน สิ่งปลูกสร้าง และอาคาร สำรวจว่ามีบ้านกี่หลัง โรงเรือน ยุ้งฉาง อาคารสำรวจทั้งหมด

5. รายได้ เขาเท่าไหร่ เขามีผลผลิตอะไรบ้าง ในพื้นที่นั้นๆ

นอกจากนี้ทางโครงการคืนคุณแผ่นดิน มีการพัฒนา 5 มิติ ประกอบด้วย

1. เศรษฐกิจ สมมุติว่า สำรวจแล้วรายได้ของคุณ 10,000 บาท เราจะทำยังไงให้เป็น 12,000 บาท นี่คือสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ คือเศรษฐกิจ อย่างเช่นเขาเป็นข้าราชการครู เราจะทำยังไงให้เขาเลิกจากงานครูแล้วสอนพิเศษ หารายได้ หรือทำไงให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องการให้เศรษฐกิจให้มีรายได้เพิ่มให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยกตัวอย่าง บางคนมีที่นาเหลือ ไม่ได้ทำนา ไม่ได้ทำประโยชน์ แต่บางคนมีลูกเยอะเราสำรวจแล้วเขามีคนที่พร้อมจะทำงานได้ เราก็พาคนเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกัน เขาเรียกว่าการบริหารทรัพยากรภายในให้สมบูรณ์ และให้เกิดมูลค่าเป็นเศรษฐกิจให้ได้ การพัฒนาแบบองค์รวม

2. สุขภาพ มีแอพพลิเคชั่น “มีหมอเป็นเพื่อน มีเพื่อนเป็นหมอ” ทุกคนไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล เชื่อไหมว่า คน 70% ในประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลก็ได้ เพราะว่าเขาไม่ได้ป่วยจนต้องเจอหมอที่ให้หมอฉีดยา แค่ซื้อยามาทานก็หายแล้ว สุขภาพดูแม้กระทั้งคนที่ เป็นผู้ป่วยติดเตียง คนด้อยโอกาส ก็จริงๆผู้ป่วยติดเตียงผู้ด้อยโอกาสนี้ ด้านสุขภาพสำรวจ ว่าประชากร ปีที่แล้วมีไข้เลือดออก 100 คน เราจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ 100 คนนี้ หายหรือเหลือน้อยที่สุด

3. สังคม เรียนรู้ประเพณี อาชีพ วัฒนธรรมของชุมชนนี้ไม่ค่อยสามัคคีกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมีความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกัน ต้องสร้างสังคมให้เรียนรู้ว่า ถ้าเราช่วยกัน เราร่วมกันทำงานจะเกิดการพัฒนาในหมู่บ้าน

4. สร้างสรรค์ ให้ชาวบ้านทุกคนทำของเล็กๆน้อยๆหรือผลิต เช่นในประเทศจีนเขาเอาล้อจักรยานมาผลิตเป็นเครื่องเก็บเกี่ยวได้ มาทำเป็นเครื่องปลอกผลไม้ได้ เป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้นจากชาวบ้านโดยตรง ซึ่งเราอาจใช้เทคโนโลยีในมือถือ ท่านอาจจะดูมือถือว่าสิ่งนี้ทำอย่างไรบ้าง นี่เป็นสิ่งต่างๆที่สามารถคิดและทำได้เอง

5. การศึกษา การศึกษามี 2 แบบ

5.2 การศึกษาของภาคประชาชน ยกตัวอย่างอยากศึกษาเรื่องปุ๋ยหมัก ศึกษาเรื่องนวัตกรรม การเก็บเกี่ยว ศึกษาเกี่ยวกับการแปรรูปขยะให้มีมูลค่า ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทางโครงการใช้เทคโนโลยีมาเป็นการประมวลผลชาวบ้าน ประชาชน สามารถติดต่อซื้อขายกันได้ ยกตัวอย่าง เรื่องสหกิจชุมชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ต้องนำสินค้าราคาถูกจากโรงงานมาจำหน่าย ชาวบ้านสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นราคาโรงงาน ลดรายจ่าย แล้วเพิ่มรายได้

1. เพิ่มรายได้เศรษฐกิจ

2. สุขภาพ ต้องการให้คนเข้าถึงหมอ เข้าถึงการรักษา โดยใช้เงินน้อยที่สุด แล้วหมอได้ดูแลอย่างใกล้ชิดมากที่สุด นี่คือสิ่งที่เราจะทำเป็นการเบื้องต้น ทั้งนี้คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอบคุณ นทพ. หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ที่ทำงานเร่งด่วน เช่น ขุดรอบคูครอง ทำงานที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อน เป็นงานเร่งด่วนและทำควบคู่กับโครงการคืนคุณแผ่นดิน

“วันนี้เราอยู่ผืนแผ่นดินนี้ เราเป็นคนไทย ต่อให้ใครไม่เห็นสิ่งที่เราทำ ว่ามันเป็นคุณงามความดีเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่จงจำว่าฟ้าเบื้องบนเห็น สิ่งศักดิ์สิทธ์เห็น สิ่งที่อยู่เหนือตัวเราที่เรามองไม่เห็นท่านอาจจะเห็นได้ ดังนั้นแล้วหากเราเป็นบุคคลที่ดี เป็นคนที่คิดดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เราต้องทำในสิ่งที่ดี ผมไม่ขออะไรพวกท่าน ขออย่างเดียวขอให้ความร่วมมือกับสิ่งที่เราทำ ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จ 90℅ ผลประกอบการจากธุรกิจทุกอย่างมาลงในงานสังคม ผมไม่เล่นการเมืองเพราะผมรับปากใครบางคนไว้ นี้คือสิ่งสำคัญที่ผมจะไม่ทำแน่นอน แต่ถามว่าอยากพัฒนาประเทศไหม ผมอยากพัฒนา ถ้าทำได้มากทำได้สำเร็จทั่วประเทศถือเป็นบุญของผม บุญของชาติ บุญของบ้านเมือง แต่ถ้าทำไม่ได้ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้วผมไม่สนใจนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ผมสนใจอย่างเดียวว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร ก็ขอขอบคุณทุกคนที่นั่งฟัง ที่รับฟัง ที่มีใจ ผมว่าเป็นกุศล เป็นสาธารณะประโยชน์ 100 ℅” คุณประสิทธิ์กล่าว

นอกจากนี้ คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน กล่าวถึงสหกิจชุมชน ทุกคนเป็นเจ้าของว่า จุดเด่นของสหกิจชุมชนคือเรื่องเศรษฐกิจ ต้องมองภาพรวมในเรื่องของเศรษฐกิจ จะเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายได้อย่างไร หรือบางคนที่ไม่ได้มีรายได้เพิ่ม จะช่วยเขาลดรายจ่ายได้อย่างไร ตรงนี้สำคัญลดรายจ่ายเกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันเช่น อาหารหรือสิ่งต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จะทำอย่างไรให้ประชาชนซื้อสินค้าในราคาโรงงานได้โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือสามารถส่งสินค้าโดยตรงให้ได้เลย

เพิ่มรายได้ คือคนในชุมชนสามารถขนส่งได้ เช่น หากมีใครต้องการซื้อสินค้าสามารถสั่งกับทางเราได้ และคนในชุมชนสามารถขนส่งเพื่อหารายได้เพิ่มได้ เชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และเราให้บริการในเบื้องต้น ตั้งแต่ ฝึก อบรม แนะนำ วิเคราะห์ ขยายผล ให้เกิดผลมากที่สุด สิ่งสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือสามารถลดรายจ่ายให้กับทางครัวเรือนได้ เพราะสินค้าจะราคาถูกกว่าปกติมากเพราะเป็นราคาโรงงาน สามารถนำสินค้าชุมชนมาขายเพื่อเพิ่มรายได้ ตัวอย่างเช่น จอหอมีสินค้าชุมชนคือเห็ดที่นำมาเป็นขนมขบเคี้ยวก็นำมาขายเพื่อเพิ่มรายได้ รวมถึงชุมชนอื่นๆก็นำมาขายได้ โดยใช้สหกิจชุมชนเป็นตัวขยาย

สหกิจชุมชุนมี 3 แบบ

1. สหกิจชุมชนแบบเจ้าของ คล้ายๆร้านสะดวกซื้อ จะมีสินค้าการเกษตร พืชผักผลไม้ หรือสินค้าที่ชาวบ้านผลิต และสินค้าจำเป็นทั้งหมด แต่ว่าให้ใครเป็นเจ้าของ คนใดคนหนึ่ง

2. สหกิจชุมชนแบบสนับสนุน คือมีร้านอยู่แล้ว แต่ไม่มีสินค้าจากโรงงาน เพราะเข้าถึงไม่ได้ เราเข้าไปสนับสนุน

3. สหกิจชุมชนแบบช่วยเหลือ คือไม่มีอะไรเลย แต่ขายเป็น มีความตั้งใจที่จะขาย และทำได้ดี เราต้องไปก่อสร้างร้าน ซื้อของมาให้ ช่วย 100เปอร์เซ็นต์

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เดินทางไปโรงเรียนจอหอ โดยมีนายสมศักดิ์ ช่างไม้ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจอหอ คณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับ โดยมีกิจกรรมร่วมกันทาสีริมฟุตบาทร่วมกับนักเรียน พร้อมเยี่ยมชมและสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียนการทำกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดินพร้อมคณะกำลังพลอาสา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และประชาชนในพื้นที่ ชุมชนโนนโพธิ์พัฒนา ทำกิจกรรม Big Cleaning ทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบชุมชน นพค.55 มีเครื่องมือขุดเลนหน้าฝายชุมชน ขุดลอกคูคลอง เก็บขยะ กำจัดวัชพืช ผักตบชวา คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง โดยได้พูดคุยกับผู้ป่วย ครอบครัวที่ดูแลพร้อมกับการให้ความช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ โครงการคืนคุณแผ่นดินปฏิบัติงานมาเข้าปีที่ 10 ตามพระราชดำริของบุคคลสำคัญของประเทศ ต้องการพัฒนาแบบยั่งยืนและถาวรพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับของภาคประชาชนอย่างครบถ้วนครบวงจรในแบบองค์รวม จึงร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) จัดตั้งโครงการหมู่บ้านพัฒนาเพื่อความยั่งยืน โดยมีการศึกษาอย่างถ่องแท้เพื่อให้ประชาชนยอมรับอย่างพร้อมใจ พร้อมกับการเข้าไปดำเนินการจริงอย่างจริงใจเพื่อพัฒนาทุกกลุ่มอาชีพให้เกิดประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นใน 5 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการศึกษา โดยมีโครงการนำร่องหมู่บ้านต้นแบบ ทั่วประเทศอยู่แล้ว จำนวน 10 หมู่บ้าน ได้แก่

1. หมู่ที่ 5 หมู่บ้านเกาะไหล อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

2. หมู่ที่ 8 บ้านปากมาบ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม

3. หมู่ที่ 9 บ้านหนองปล้อง ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท

4. หมู่ที่ 3 บ้านดงป่าสัก ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

5. หมู่ที่ 5 บ้านวัดขวาง ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

6. หมู่ที่ 5 บ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

7. หมู่ที่ 3 บ้านคำบอน ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

8. หมู่ที่ 3 บ้านจอหอ ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

9. หมู่ที่ 6 บ้านหนองทราย ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

10. หมู่ที่ 7 บ้านหนองแดงใหม่ ตำบลหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน

โดยในปี 2563 จะขยายพื้นที่การพัฒนาหมู่บ้านเพื่อความยั่งยืน 30 หมู่บ้านต่อไป

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *