วัฒนธรรม งานบุญประเพณียุคใหม่ ต้องปลอดอบายมุข

มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม–สสส. ชวน ภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ยกระดับ “งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย” สู่การเปลี่ยนค่านิยมและสร้างนิเวศสุขภาวะ ถอดบทเรียน งานบุญ–เทศกาล สู่การออกแบบพื้นที่ปลอดปัจจัยเสี่ยง คุ้มครองเด็กและเยาวชน สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ยกระดับวิถีวัฒนธรรมงานบุญประเพณีปลอดเหล้าสู่พื้นที่ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ” เปิดพื้นที่ให้ผู้แทนผู้จัดงานบุญประเพณีและงานเทศกาล เครือข่ายงดเหล้าระดับจังหวัด หน่วยงาน และนักวิชาการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 40 พื้นที่ ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนจากพื้นที่ เพื่อยกระดับการทำงานจาก “งานปลอดเหล้า” ไปสู่การเปลี่ยนค่านิยมและสร้างนิเวศสุขภาวะ ที่เอื้อต่อความปลอดภัยของเด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ

นายพิทยา จินาวัฒน์ รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า กว่า 20 ปีของการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ทั้งสงกรานต์ แข่งเรือ บั้งไฟ ลอยกระทง กาชาด เทศกาลอาหาร งานบุญ งานศพ และงานบวช สะท้อนพลังของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการฟื้นคุณค่าของประเพณีและสร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยปัจจุบันมีงานประเพณีปลอดเหล้าและงานเทศกาลขนาดใหญ่กว่า 300 งานทั่วประเทศ หรือกว่าร้อยละ 70 ซึ่งมีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุ ความรุนแรง และความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม

“ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด การพนัน และ NCDs การทำงานจึงต้องก้าวจาก ‘งานปลอดเหล้า’ สู่ ‘นิเวศสุขภาวะ’ ด้วยการปรับสภาพแวดล้อม ค่านิยม กติกา และนโยบาย ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน” นายพิทยา กล่าว

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่า การทำให้งานประเพณีปลอดเหล้าไม่ควรจบเพียงมาตรการในช่วงจัดงาน แต่ต้องใช้ “พื้นที่งานบุญประเพณี” เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง โดยให้เทศบาล ตำบล อำเภอ เจ้าภาพ และภาคีเครือข่ายร่วมกันสำรวจข้อมูล ออกแบบกติกา เฝ้าระวัง และนำข้อมูลกลับมาทบทวนการทำงาน พร้อมเปิดให้เด็ก เยาวชน ครอบครัว และประชาชนมีส่วนร่วม และใช้ทุนทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่เป็นพลังขับเคลื่อน

“เป้าหมายคือการเปลี่ยนจากพื้นที่รูปธรรมงานบุญประเพณีปลอดเหล้า สู่นโยบายทุกระดับ สู่กติกาชุมชน เพื่อสร้างค่านิยมและธรรมเนียมปฎิบัตทางสังคม ทำให้การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีวัฒนธรรม เพื่อให้งานบุญประเพณีเป็นพื้นที่แห่งความสุข ปลอดภัย และเหมาะกับคนทุกช่วงวัย” นายวิษณุ กล่าว

บทเรียนจากพื้นที่ สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เมื่อชุมชนร่วมออกแบบและลงมือทำ โดย นายนิสิต ส่งศรี รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงใหม่เตรียมขับเคลื่อนประเพณียี่เป็งภายใต้แนวทาง “ปลอดเหล้า ปลอดภัย” ใช้วัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง เชื่อมโยงการจัดการพื้นที่ทั้งวัด สถานที่ทางศาสนา และการกำหนดโซนนิ่ง พร้อมกำกับร้านค้ารอบคูเมืองให้ลงทะเบียนและห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรับทราบ โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของชุมชนและผู้ประกอบการมีพัฒนาการดีขึ้น สะท้อนว่าการสร้างพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์สามารถค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมของคนในพื้นที่ได้

ด้าน นายมนตรี มีสูงเนิน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เทศบาลนครสกลนคร กล่าวว่า เทศบาลนครสกลนครขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดภัยและปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณีมาตั้งแต่ปี 2553 ช่วงแรกมีความกังวลจากผู้ประกอบการเรื่องรายได้ แต่จากการปรับรูปแบบงาน สร้างความเข้าใจ และเปิดให้ชุมชนกับภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือ จนกลายเป็นแนวปฏิบัติร่วมของพื้นที่

ส่งผลให้บรรยากาศเมืองปลอดภัยขึ้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องถึงเกือบเที่ยงคืน ร้านค้าราว 150–200 ร้านยังมีรายได้ ต่างจากเดิมที่เมืองเงียบลงตั้งแต่ราว 22.00 น. สะท้อนการสร้างพื้นที่ตามแนวคิด “เมือง 3 ธรรม” ได้แก่ ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม สู่เป้าหมายการเป็น “เมืองแห่งความสุข”

ขณะที่ นางสุพรรณิการ์ สังวร หัวหน้าฝ่ายบริการและเผยแพร่วิชาการ สำนักงานเทศบาลเมืองตาก กล่าวว่า จังหวัดตากยกระดับประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง สู่ “พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่ปลอดภัย สร้างสุข สนุก สุขใจ ไร้แอลกอฮอล์” โดยกำหนดพื้นที่และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเกือบ 30 องค์กร ทั้ง สสส. ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข และสถานศึกษา ลงพื้นที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยมีปัญหาการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบัน 16 ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยสื่อสารและสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทำให้งานมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย สะท้อนพลังการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและค่านิยมในพื้นที่

ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “ปักหมุดหมาย ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง” 3 ประการ ได้แก่ (1). เปลี่ยนงานบุญประเพณีให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย คงคุณค่าทางวัฒนธรรม และลดปัจจัยเสี่ยงทั้งเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา กระท่อม และสิ่งเสพติด (2). ยกระดับจากการจัดงานปลอดปัจจัยเสี่ยง สู่การสร้างวิถีวัฒนธรรม ค่านิยม และนิเวศสุขภาวะที่เอื้อต่อเด็กและเยาวชน และ (3). ผนึกกำลังนำบทเรียนจากชุมชนไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงมุ่งใช้ “งานบุญประเพณี” เป็นพื้นที่ตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลง จากการลดปัจจัยเสี่ยงในงาน สู่การปรับค่านิยม กติกา และสภาพแวดล้อมของชุมชน ก่อนต่อยอดเป็นนโยบาย เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและนิเวศสุขภาวะที่เอื้อต่อคนทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *