บุหรี่ไฟฟ้าเกลื่อนออนไลน์ ซื้อง่ายขายคล่อง ผ่าน 83 ช่องทาง ทำเด็ก เยาวชนตกเป็นเหยื่อ เข้าวงจรนักสูบหน้าใหม่พุ่ง เกือบล้านคน เครือข่ายเยาวชน-ผู้ปกครอง ตบเท้าพบ รมช.ศธ. อัครนันท์ หนุนคุมบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา 100% พร้อม ยื่น 4 ข้อเสนอปกป้องเด็กและเยาวชน
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่โถงชั้นล่างกระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนิน แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง และมูลนิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กว่า 60 คน ได้เข้าพบนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงจุดยืนต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยมีการยื่นข้อเสนอ 4 ข้อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “สถานศึกษาต้องปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%”

นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ กล่าวว่า ปัจจุบันการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey Thailand : GYTS) ปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค พบเด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า จาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565
และข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.44 เท่า จาก 78,742 คนในปี 2564 เพิ่มเป็น 900,459 ในปี 2567 แม้มาตรการของภาครัฐจะเข้มงวดมากขึ้น มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนบทลงโทษหนักทั้งผู้ครอบครองและผู้จำหน่าย แต่จุดอ่อนสำคัญในปัจจุบัน คือเรื่องการตลาดออนไลน์ที่ยังเป็นปัญหา สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายและเร็วมาก
ทั้งนี้ เราขอชื่นชมที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา คือ
1.สร้างการตระหนักรู้ เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า และโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา
2.สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า
3.สอดส่องดูแลป้องกันมิให้ผู้เรียนและบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการสูบ จำหน่าย ครอบครอง หรือสนับสนุน
4.หากตรวจพบถูกร้องเรียน หรือน่าสงสัยว่าบุคลากรเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย และยังมีอีกหลายมาตรการตามมาเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ก็ยังห่วงเรื่องความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของครู ว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนเมื่อพบบุหรี่ไฟฟ้า จะดำเนินการต่ออย่างไร

ด้านนางสาวศุภัทรา ภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า สถานการณ์การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ายังน่าห่วงโดยเฉพาะทางออนไลน์ จากข้อมูลผลการเฝ้าระวังของสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย
ช่วงไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 พบว่ายังมีการขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่าน ออนไลน์ถึง 83 ช่องทาง แบ่งเป็น เว็บไซต์ 54 ช่องทาง ผ่านแอปพลิเคชัน 29 บัญชีรายชื่อ และยังพบการโฆษณาผ่านกลุ่มปิดทางเฟสบุ๊ก 44.8% การโฆษณาผ่าน X หรือ Twitter 34.5% และInstagram 20.7% เป็นช่องทางสื่อสารภาพลักษณ์เชิงบวกระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น (Micro Influencers) กับบุหรี่ไฟฟ้า และยังมีบริการส่งถึงที่ภายใน 180 นาทีอีกด้วย

ด้านนายบดินทร์ชัย บุญปก แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และอดีตผู้เคยก้าวพลาดใช้บุหรี่ไฟฟ้าจนต้องละทิ้งความฝันที่จะสอบเข้าตำรวจเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ กล่าวว่า เครือข่ายขอใช้โอกาส เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
ข้อ1. เครือข่ายขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการต่อมาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า และให้เป็นสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า 100%
ข้อ 2. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ทุกโรงเรียนใช้โอกาสในวันปฐมนิเทศนักเรียน และวันประชุมผู้ปกครอง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์สอดแทรกสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น วันกีฬาสี ค่ายลูกเสือ เป็นต้น
ข้อ 3. ขอให้ผู้ปกครอง ชุมชน ช่วยกันสอดส่อง ดูแล ให้โรงเรียนและชุมชนปลอดจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยร่วมมือเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งขอให้บุคลากรทางการศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน โดยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และลงโทษอย่างจริงจังกับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
และข้อ 4. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นพลังสำคัญ ยืนยันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายต่อไป และยังคงกฎหมายการห้ามนำเข้า จำหน่าย และครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นการปกป้องเด็กและเยาวชน
