“เสียงเด็กเปลี่ยนเมือง”

สสส. จับมือเครือข่ายเด็กและเยาวชน เปิดพื้นที่รับฟังเสียงวัยรุ่น เดอะมอลล์โคราช หลายองค์กรร่วมจัดงานมหกรรมวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เสียงเด็กเยาวชนเปลี่ยนเมือง”

เยาวชน “เสียงเด็กเปลี่ยนเมือง” พบ 40.5% กดดันสูง ชู 6 ข้อเสนอ “โคราชเมืองปลอดภัย–สร้างสรรค์”
สสส. จับมือเครือข่ายเด็กและเยาวชน เปิดพื้นที่รับฟังเสียงวัยรุ่น ชี้วัยรุ่น 40.5% เผชิญความกดดันระดับสูง ชี้ความเครียดเรียน–สอบสูงสุด ตามด้วยการถูกบูลลี่ และความกดดันในครอบครัว พร้อมเสนอภาพเมืองที่ ปลอดภัย เท่าเทียม มีพื้นที่ให้เด็กคิดและเติบโต

ที่ MCC HALL เดอะมอลล์โคราช หลายองค์กรร่วมจัดงานมหกรรมวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เสียงเด็กเยาวชนเปลี่ยนเมือง : โคราชเมืองปลอดภัย เมืองสร้างสรรค์ สร้างเสริมสุขภาวะเพื่อทุกคน โดยเครือข่ายเด็กและเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมเปิดผลสำรวจความคิดเห็นเด็กและเยาวชน และเสนอแนวทางพัฒนาเมืองจากเสียงของเยาวชน

นางสาวปรัชสุตา ชูเดชา นักกิจกรรมและออกแบบสื่อสร้างสรรค์ ได้นำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นเด็กเยาวชน จำนวน 1,070 คน โดยเกือบทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 13–18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ผลสำรวจสะท้อนว่า เสียงของเด็กและเยาวชนมีทั้ง ความสุข ความหวัง และความกังวล โดยวัยรุ่นมีคะแนนความสุขเฉลี่ย 3.70 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ขณะที่มีคะแนนความกดดันเฉลี่ยอยู่ที่ 3.19 และกว่าร้อยละ 40.5 รู้สึกกดดันในระดับสูง ปัจจัยที่สร้างความกดดันสำคัญ ได้แก่ การเรียนและอนาคต ขณะที่ประสบการณ์ที่ส่งผลต่อชีวิตของเด็กและเยาวชน ได้แก่ ความเครียดจากการเรียนและการสอบ ร้อยละ 69.4 การถูกบูลลี่ ร้อยละ 40.6 และความกดดันจากครอบครัว ร้อยละ 38.9

“ขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนใช้ชีวิตอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งโรงเรียน ครอบครัว กลุ่มเพื่อน โลกออนไลน์ และพื้นที่สาธารณะ โดย ร้อยละ 64.8 ใช้ Social Media และ ร้อยละ 54.9 เคยเห็นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า เด็กไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สำหรับเด็ก แต่ต้องการ เมืองที่รับฟัง ปลอดภัย ให้โอกาส มีพื้นที่ให้คิดและลงมือทำ และเอื้อต่อการเติบโตอย่างมีความสุข ลดความกดดัน ผ่อนคลาย มีอิสระ” นางสาวปรัชสุตา กล่าว

นายภานุพงศ์ สพะเนา ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าเด็กไม่ได้เป็นเพียงผู้รับอนาคต แต่เด็กคือคนที่ร่วมออกแบบอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมรับฟังเสียงเด็ก เปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วม และเปลี่ยนข้อเสนอของเด็กไปสู่การลงมือทำ เพื่อสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับเด็กเยาวชน จากเสียงของเด็กและเยาวชน เครือข่ายได้เสนอ 6 แนวทางสำคัญต่อการพัฒนาเมือง ได้แก่ 1. เมืองสุขภาพดี มีความสุข ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ 2. เมืองที่เคารพความแตกต่าง อยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม 3. เมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนร่วมพัฒนาเมือง 4. เมืองเปิดพื้นที่ให้เด็กคิดและเติบโต มีพื้นที่ปลอดภัย ทักษะชีวิต และการเรียนรู้นอกห้องเรียน 5. เมืองปลอดยาเสพติดและปัจจัยเสี่ยง ลดการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า น้ำกระท่อม และสารเสพติด และ 6. เมืองปลอดภัย ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ลดความรุนแรง อาชญากรรม และปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน

ด้านนางสาวสุมณฑา ปลื้มสูงเนิน ผู้ประสานงานกลุ่มไม้ขีดไฟ กล่าวว่า ถึงเวลาที่สังคมต้อง “ให้” มากกว่า “ห้าม” ได้แล้ว เด็กเยาวชนของเราอยู่ในเมืองที่ห้ามมากเกินไปแล้ว ห้ามที่มาในนามของความรัก ความปรารถนาดี ความเป็นห่วง แต่การห้ามมากไปไม่ได้ช่วยให้เด็กปลอดภัย หากแต่ทำให้เด็กไม่มีโอกาสเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

การสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชน ได้เติบโตได้นั้น ผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงต้องทำหน้าที่ 1) สร้างพื้นที่ให้เด็กเล็ก “ได้เล่น” 2) สร้างพื้นที่ให้เด็กโต “ได้ลอง” และ 3) สร้างพื้นที่ให้วัยรุ่น “ได้ตัดสินใจ” ไปพร้อมๆกับการมองว่าพวกเขาเป็น “หุ้นส่วน”ของเมืองนี้ ไม่ใช่ เป็นแค่”ผู้รอรับ”เท่านั้น เพราะเมืองที่ดีสำหรับเด็ก ไม่ใช่เมืองที่ผู้ใหญ่สร้างให้เด็ก แต่คือเมืองที่ทุกคนช่วยกันสร้างและทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกัน

ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือการทำงานภายใต้กรอบแนวคิดสร้างนำซ่อม ของ สสส. หมายถึงการทำให้เด็กและเยาวชน มีสุขภาพที่ดีทั้งกาย ใจและปัญญา การมีเมืองที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก หากเมืองอ่อนแอ เราจะพบเด็ก เยาวชนที่พลัดหลงไปในวังวนอบายมุข ทำลายสุขภาพซึ่งจะกลายเป็นปัญหาสังคมในท้ายที่สุด

ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า วันเยาวชนแห่งชาติเป็นโอกาสสำคัญในการตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของเด็กและเยาวชนในฐานะพลังของสังคม ไม่ใช่เพียงอนาคตของชาติ แต่สามารถร่วมคิดและพัฒนาชุมชนได้ตั้งแต่วันนี้ โดย พม. มุ่งส่งเสริมและคุ้มครองเด็ก ทั้งด้านการศึกษา ทักษะอาชีพ สุขภาพกายใจ ความปลอดภัย และการเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต

“แนวคิด เสียงเด็กและเยาวชนเปลี่ยนเมือง สะท้อนว่าการพัฒนาเมืองต้องรับฟังคนทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน การสร้าง โคราชเมืองปลอดภัย เมืองสร้างสรรค์ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การสร้างสุขภาวะต้องครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความปลอดภัย การรู้เท่าทันสื่อ การป้องกันปัจจัยเสี่ยง และการมีพื้นที่เรียนรู้ เพื่อให้เด็กและเยาวชน เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีส่วนร่วมออกแบบอนาคตของเมืองร่วมกับคนทุกวัย” ดร.เอนกชัย กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *