“มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน” และเครือข่ายเยาวชน เข้าพบ รมว.ดิจิทัลฯ เสนอ 4 แนวทางรับมือพนันออนไลน์ ห่วงโฆษณาแฝงผ่านอินฟลูเอนเซอร์–ไลฟ์สด–คลิปสั้น เข้าถึงเยาวชนง่าย
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน พร้อมด้วยเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว รวม 25 คน เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสะท้อนสถานการณ์การพนันออนไลน์ที่กำลังเข้าถึงเด็กและเยาวชนผ่านสื่อดิจิทัล พร้อมนำเสนอข้อมูล สถานการณ์ และข้อเสนอเพื่อป้องกันและจัดการปัญหาการโฆษณาและการชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวถึงสถานการณ์การพนันออนไลน์ว่า “จากการสำรวจทางวิชาการของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า มีผู้เล่นพนันออนไลน์เพิ่มขึ้น จากเดิมมีไม่ถึง 1 ล้านคนในปี 2562 เพิ่มเป็น 6.4 ล้านคนในปี 2568 ขณะที่วงเงินที่หมุนเวียนในพนันออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเป็น 3 แสนล้านบาท

สะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่แค่มีจำนวนคนเข้ามาเล่นมากขึ้น แต่วงที่ใช้กับการพนันก็มากขึ้นด้วย เพราะกลยุทธ์ของเว็บพนันมุ่งสร้างประสบการณ์ให้ผู้เล่นรู้สึกถึงการชนะในช่วงหนึ่ง และเมื่อเริ่มเล่นต่อเนื่องก็เริ่มเผชิญการเสียเงิน ก่อนที่จะจูงใจให้กลับมาเล่นอีก พยายามทำให้ผู้เล่นอยู่กับการเล่นนานที่สุด เล่นทุกที่ทุกเวลา และเล่นซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีสิ่งใดเข้ามาหยุด ผลกระทบจะตามมาอยางรุนแรง”
“การสำรวจยังพบว่า เพื่อนและคนรู้จักถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแนะนำ ชักชวนให้คนเล่นพนัน ผ่านช่องทาง Facebook TikTok Line บวกกับการใช้ Influencer ต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่า “ทางเข้าพนัน” ไม่ได้อยู่เฉพาะบนเว็บไซต์พนัน แต่กระจายตัวอยู่ในทุกแพลตฟอร์มที่มีบทบาทอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน และอาจสัมพันธ์กับเรื่องขบวนการล่อลวงของแก๊งค์สแกมเมอร์ด้วย การสร้างการรู้เท่าทันแก่เด็กเยาวชนและกลุ่มคนเปราะบางเป็นงานสำคัญ แต่อาจไม่ทันกับความพยายามทะลุทะลวงเข้ามาของเว็บพนัน จึงต้องจัดการสภาพแวดล้อมไม่ให้พนันออนไลน์เข้าถึงคนของเราอย่างง่ายดายเกินไปด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต้องทำอย่างจริงจัง”

นางสาวมนทิรา ผลาสินธ์ แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า “สิ่งที่เครือข่ายต้องการเห็นคือการทำงานที่ครอบคลุมตั้งแต่ การโฆษณา การชักชวน การเข้าถึงเนื้อหา ไปจนถึงการเข้าสู่เว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มพนัน รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และภาคประชาชน เพื่อให้การป้องกันสามารถเท่าทันรูปแบบการพนันออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”พร้อมกันนี้ เครือข่าย “เด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน” เสนอ 4 แนวทางต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่
- ขอให้เร่งจัดการโฆษณาและการชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ โดยเร่งตรวจสอบและจัดการเนื้อหา โฆษณา และการชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ โดยเฉพาะรูปแบบที่แฝงมากับอินฟลูเอนเซอร์ การไลฟ์สด และวิดีโอสั้น ซึ่งเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่าย รวมถึงพัฒนากลไกติดตามรูปแบบการโฆษณาและการชักชวนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
- ขอให้พัฒนาระบบป้องกันเด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง ควรพัฒนามาตรการและระบบเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนตั้งแต่การพบเห็นโฆษณา การถูกชักชวน การกดลิงก์ ไปจนถึงการเข้าถึงเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มการพนัน เพื่อให้การป้องกันเกิดขึ้นก่อนที่เยาวชนจะเข้าสู่การพนัน
- ขอให้แพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการเนื้อหาพนัน ผลักดันความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีระบบตรวจจับ แจ้งเตือน และนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาหรือชักชวนให้เล่นพนันออกอย่างรวดเร็ว พร้อมมีช่องทางให้ประชาชนและเยาวชนแจ้งเบาะแสได้สะดวกและติดตามผลได้
- ขอให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการป้องกันการพนันออนไลน์ ควรจัดให้มีกลไกหรือพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สะท้อนสถานการณ์และประสบการณ์ที่พบในโลกออนไลน์ รวมถึงร่วมเสนอและออกแบบมาตรการป้องกันให้สอดคล้องกับพฤติกรรม การใช้สื่อ และบริบทของคนรุ่นใหม่
เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนันและเครือข่ายเยาวชนเห็นว่า การทำให้พื้นที่ดิจิทัลปลอดภัยจากการพนัน ไม่สามารถพึ่งพาการปิดกั้นเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องจัดการตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการโฆษณา การชักชวน และช่องทางการเข้าถึงการพนัน ควบคู่กับการสร้างระบบเฝ้าระวังที่เท่าทันรูปแบบใหม่ ๆ และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหาและออกแบบทางออกอย่างเป็นรูปธรรม
