ธนาคารหมวกในศูนย์เด็กเล็ก

สสส.และภาคี จับมือตำรวจนครบาลส่งมอบหมวกกันน็อก เสริมเกราะกันภัยในการขี่จักรยานยนต์ ระบุ ป้องกันบาดเจ็บศีรษะได้กว่า 72% เดินหน้าจัดทำธนาคารหมวกในศูนย์เด็กเล็กครอบคลุมทั่วไทยในปี 69

วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. เป็นประธานรับมอบหมวกกันน็อกสำหรับเด็ก จำนวน 1,000 ใบ พร้อมสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ จากมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการ SAVE FOR KIDS เด็กปลอดภัยสวมหมวกกันน็อก

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกอง สสส. กล่าวว่า วันเด็กปี 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบคำขวัญวันเด็ก “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ที่สื่อถึงการปลูกฝังให้เด็กรักและภูมิใจในชาติไทย รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม เช่นเดียวกับพวกเราทุกคนต่างปรารถนาให้เด็กๆ เติบโตขึ้นอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ภัยจากอุบัติเหตุทางถนน

แต่ปัจจุบันเป็นที่น่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ที่มีสถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งมูลนิธิไทยโรดส์สำรวจพบว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มเด็กมีการสวมหมวกนิรภัยเฉลี่ยเพียง 8% แต่ในปี 2566 พบเพิ่มขึ้นเป็น 16% หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่า ขณะที่อัตราการ สวมหมวกนิรภัยโดยภาพรวมช่วงปี 2553–2566 เฉลี่ย 45% เฉพาะปี 2566 แยกเป็นผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย 48% ผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัย 21%

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้ สสส. มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงตั้งใจส่งมอบ “หมวกกันน็อก จำนวน 1,000 ใบ” ที่ได้จากการสนับสนุนของมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งต่อเป็นของขวัญให้เด็กๆ ใช้เป็นเกราะป้องกันในการเดินทาง เพราะการสวมหมวกกันน็อก จะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ถึง 72% และไม่ลืมใส่สายรัดใต้คางอย่างถูกต้อง และในโอกาสเดียวกันนี้เรายังมอบสื่อแบนเนอร์ และสติ๊กเกอร์ ใช้รณรงค์ในพื้นที่สน.ทั้ง 88 แห่ง และอยากเชิญชวนประชาชนร่วมกันมอบความปลอดภัยให้เด็กๆ ด้วยการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งก่อนขับขี่

นพ.พงศ์เทพ ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันสสส.ยังมีโครงการ “ธนาคารหมวกกันน็อกใน ศพด.” โดยร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งท้องถิ่น และภาคเอกชนสนับสนุนและจัดหาหมวกกันน็อก เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กที่มีความจำเป็นต้องซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีหมวกกันน็อกสวมใส่ และใช้หมุนเวียนส่งต่อให้เด็กนักเรียนรุ่นน้องต่อไป ปัจจุบันมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบความปลอดภัยทางถนนมากกว่า 500 แห่ง ที่มีทั้งการจัดการเรียนเรื่องวินัยจราจร และจัดทำธนาคารหมวกกันน็อกใน ศพด. ส่งผลให้ ครู เจ้าหน้าที่ อปท. ผู้ปกครอง และเด็ก สวมหมวกนิรภัยเพิ่มถึง 80-100% และคาดว่าจะขยายผลไปได้มากขึ้นในปี 2569 และปีถัดไป รวมถึงจะขยับการทำงานกับเด็กและเยาวชนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาต่อไป

พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณมูลนิธิเด็กเยาวชนฯ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต สสส. ที่มอบหมวกกันน็อกสำหรับเด็ก จำนวน 1,000 ใบ พร้อมสื่อรณรงค์ประกอบด้วย ป้ายแบนเนอร์ 1,000 ผืน และสติกเกอร์ 10,000 แผ่น ให้กับกองตำรวจนครบาล เพื่อส่งมอบให้กับสถานีตำรวจนครบาล ทั้ง 88 สถานี กองบังคับการตำรวจจราจร และกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ซึ่งการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยโครงการนี้จะมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชนในการสร้างสำนึกร่วมกัน การสร้างวินัยจราจรให้เกิดในประเทศไทยได้ ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีปัญหาเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นอันดับหนึ่ง

เชื่อว่าถ้าประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกร่วมกันก็จะลดการสูญเสียได้ อย่างน้อยก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ นี่คือสิ่งที่เราตระหนักและจะเริ่มโครงการในปีงบประมาณนี้อย่างเข้มข้นควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ขอความร่วมมือไปยังโรงเรียนภาคีเครือข่ายต่างๆองค์กรต่างๆ ด้วย

“วินัยจราจรสะท้อนวินัยชาติ เป็นคำที่เราคุยกันมานานแล้ว เราต้องสร้างทุกมิติ และกิจกรรมที่เราทำในวันนี้ซึ่งเรียกมันว่าของขวัญวันเด็ก ก็คาดว่าจะช่วยลดการสูญเสียในปีงบประมาณ 2569 ตลอดทั้งปีลงได้ โดยจะมีการประเมินผลอีกครั้งว่าที่ทำไปนั้นได้ผลหรือไม่” พล.ต.ต.ธวัช กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *